TH
EN
MENU

Thai rice standards...the global confidence

ข้าวไทย คุณภาพเพื่อความมั่นใจ

 

สำหรับประเทศไทยผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ของโลก ได้กำหนดมาตรฐานข้าวไทย เพื่อการส่งออกขึ้นเป็นฉบับแรก คือ มาตรฐานข้าวตามประกาศกระทรวง เศรษฐการ เรื่อง กำหนดมาตรฐานข้าว ลงวันที่ 20 พฤษภาคม 2500 ต่อมามีการแก้ไขปรับปรุง และใช้มาตรฐานข้าวไทยให้เหมาะสมขึ้นเป็นระยะ คือ มาตรฐานข้าวไทย ปี 2517 มาตรฐานข้าวไทย ปี 2540 และล่าสุดคือมาตรฐานข้าวไทยปี 2559 มีการกำหนดมาตรฐานข้าวหอมไทย แยกต่างหากจากมาตรฐานข้าวไทย และมาตรฐานข้าวหอมมะลิไทยไว้เป็นการเฉพาะ  รวมทั้งล่าสุดในปี 2562 ได้กำหนดมาตรฐานข้าวสี เพื่อเป็นเกณฑ์สำคัญที่ใช้ในการกำหนดมาตรฐานข้าวไทย ก็เป็นหลักการทำนองเดียวกันที่ใช้กันทั่วโลก คือคุณลักษณะรายการขั้นต่ำที่ต้องมี และรายการที่ต้องมีไม่เกินที่กำหนด

 

มาตรฐานข้าวไทย

มาตรฐานข้าวไทยที่กำหนดขึ้นนี้ นอกจากใช้เพื่อการส่งออกแล้ว ยังใช้เป็นมาตรฐานเพื่อการซื้อขายข้าวภายในประเทศ และในเรื่องอื่นๆ ที่มีการกำหนดคุณภาพข้าวไว้ ดังนั้น การมีมาตรฐานข้าว ก่อให้เกิดความสะดวกในการตกลงซื้อขาย โดยผู้ซื้อผู้ขายไม่ต้องระบุหรือบรรยายรายละเอียดคุณลักษณะของข้าวที่ตกลงซื้อขายกัน ระบุชนิดข้าวและชั้นข้าวตามที่กำหนด ก็เป็นที่เข้าใจกันว่าข้าวที่ตกลงซื้อขายกันคุณภาพเป็นอย่างไร

 

การพิจารณาคุณภาพข้าวว่าเป็นไปตามที่ตกลงซื้อขายกัน หรือเป็นไปตามที่กำหนดหรือไม่ ต้องมีการตรวจสอบคุณภาพโดยการตรวจวิเคราะห์ จากตัวอย่างข้าวที่สุ่มไว้ ถ้าผลการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างถูกต้องตามมาตรฐาน ก็ถือว่าข้าวกองนั้นทั้งกองมีคุณภาพถูกต้องตามมาตรฐาน ถ้าไม่ถูกต้องก็ถือว่าข้าวทั้งกองนั้นผิดมาตรฐาน ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติที่เป็นสากลใช้กันทั่วโลก ข้าวที่จะส่งออกหากพบว่าผิดมาตรฐาน ก็ถือว่าเป็นข้าวที่มีคุณภาพไม่เป็นไปตามที่ผู้ซื้อในต่างประเทศตกลงไว้ จะส่งออกไปไม่ได้ ส่วนการซื้อขายภายในประเทศ หากตรวจพบว่าผิดมาตรฐานที่ยอมรับกันได้ ในทางปฏิบัติจะมีการตัดราคากันตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ แต่ถ้าหากผิดมาตรฐานมากเกินกว่าที่ยอมรับกัน ก็จะตีกลับไม่รับมอบข้าวนั้น

 

ตามมาตรฐานข้าวไทยที่ใช้กันมาตั้งแต่ปี 2500 จนถึงปัจจุบัน ไม่ได้กำหนดหลักเกณฑ์ในการตรวจสอบและชักตัวอย่างไว้ ยกเว้นข้าวหอมมะลิไทยชนิดเดียวที่มีการกำหนดหลักเกณฑ์การตรวจสอบและชักตัวอย่างไว้ เมื่อปี 2540 การชักตัวอย่างและการตรวจสอบคุณภาพข้าวไทยที่ส่งออก จึงยึดถือแนวที่ปฏิบัติกันมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทั้งแนวทางที่ได้รับมาจากต่างประเทศ และแนวทางที่ผู้ตรวจสอบไทยมีการปฏิบัติกันจริง เช่น การสุ่มชักตัวอย่างข้าวที่บรรจุกระสอบ จะสุ่มชักตัวอย่างจากกระสอบไม่น้อยกว่าร้อยละสองถึงสามของจำนวนกระสอบข้าวทั้งหมดในกอง ซึ่งไม่น้อยกว่าสูตรการชักตัวอย่างตามมาตรฐานของ ISO และ IRRI คือจำนวนกระสอบที่ชักตัวอย่าง เท่ากับ สแควรูทของจำนวนกระสอบทั้งหมดในกอง

 

จากข้อเท็จจริงดังกล่าวข้างต้น จึงสรุปเป็นคำตอบได้ว่า การพิจารณาข้าวว่าเป็นข้าวดีมีคุณภาพ ซึ่งคือข้าวที่ผู้ซื้อทั้งในและต่างประเทศยอมรับ คือข้าวที่มีคุณภาพถูกต้องตามมาตรฐานข้าว ส่วนการวินิจฉัยคุณภาพข้าวนั้น ไม่สามารถใช้เพียงความรู้สึกของบุคคลมาวินิจฉัยได้ ต้องวินิจฉัยจากผลการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างที่สุ่มเก็บมาโดยถูกต้อง โดยผู้ไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย และต้องไม่ใช่ตัวอย่างที่เก็บมาเฉพาะจุดเท่านั้น

 

การกำหนดมาตรฐานข้าวไทยนี้ จะเป็นการเพิ่มศักยภาพในการส่งออกข้าวไทยให้หลากหลายยิ่งขึ้น ให้ผู้ซื้อมีทางเลือกในการซื้อและนำเข้าข้าวไทยซึ่งมีอยู่หลายชนิดและหลากหลายสายพันธุ์ นอกเหนือจากข้าวหอมมะลิไทยที่เป็นข้าวหอมพันธุ์ที่มีคุณภาพเป็นพิเศษจากข้าวพันธุ์อื่นๆ ให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้บริโภคข้าวในประเทศของผู้นำเข้า ซึ่งนอกจากจะช่วยส่งเสริมให้สามารถส่งออกข้าวไทยได้เพิ่มขึ้นแล้ว ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในมาตรฐานและคุณภาพของข้าวไทยอีกด้วย

Share this article

About the author

Think Rice Think Thailand : DFT

related Thai Rice Media